ข่าวรณรงค์ "กระต่ายขาเดียว"

รายละเอียด ข่าว โครงการรณรงค์กระต่ายขาเดียวป้องกันนักสูบหน้าใหม่

วันที่ 20 พฤษภาคม 2558
ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

 
 

"การควบคุมยาสูบในงานประจำของทันตแพทย์ง่ายกว่าที่คิด"

โดย ทพญ.ศิริเพ็ญ อรุณประพันธ์ เครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ

(จาก หนังสือ คู่มือยาสูบ สู่งานประจำ ไม่ยาก ... อย่างที่คิด" โดย เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่)

 

งานประจำ ของทันตแพทย์นั้น มีโอกาสใกล้ชิดผู้ป่วย สามารถชี้ให้ผู้ป่วยเห็นสภาพภายในช่องปากของตนเองได้ชัดเจน รวมทั้งอธิบายถึงผลของการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์ หรือเหงือกอักเสบ แผล หรือเนื้องอก และโรคมะเร็งในช่องปาก ทันตแพทย์วินิจฉัยการใช้ยาสูบ และโรคติดบุหรี่ได้ จากประวัติและการตรวจช่องปาก ที่พบคราบบุหรี่ติดอยู่บนผิวฟัน จุดแดงอักเสบบนเพดาน หรือเหงือกอักเสบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ถ้าอธิบายว่า อวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ทางเดินหายใจส่วนบน ถุงลมในปอด ก็จะมีการสะสมคราบบุหรี่เช่นเดียวกับที่พบบนผิวฟัน แต่ทำความสะอาดไม่ได้เหมือนในช่องปาก มักจะทำให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ชัดเจน การชักจูงและช่วยเหลือให้เลิกสูบบุหรี่ของทันตแพทย์ จึงทำได้ง่าย ... "ไม่ยากอย่างที่คิด"

 

การควบคุมยาสูบในงานประจำของทันตแพทย์

เริ่มตั้งแต่การจัดคลินิกให้ปลอดบุหรี่

บางคลินิก อาจมีการระบุไว้ว่า "คลินิกช่วยเหลือผู้ต้องการเลิกบุหรี่" ในคลินิกจะจัดให้มีแผ่นพับช่วยอธิบายวิธีการเลิกบุหรี่ หรือความรู้เรื่องพิษภัยของบุหรี่ที่เห็นได้ชัด สะดวกที่จะหยิบไปอ่าน ผู้ช่วยทันตพทย์จะเป็นผู้ซักประวัติอาการสำคัญที่มาพบแพทย์ ส่วนประวัติการสูบบุหรี่ จะถามผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป (ถาม = Ask)

กรณีที่ผู้ป่วยมีประวิตการสูบบุหรี่

ทันตแพทย์ จะให้ความสำคัญต่อการตรวจสภาพฟันผุ และโรคปริทันต์ สำหรับผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จะมีการตรวจเนื้อเยื่อในช่องปาก หารอยโรคในช่องปาก และรอยโรคก่อมะเร็งอย่างละเอียด เพราะบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในช่องปาก จากการตรวจค้าหารอยโรคก่อมะเร็งในปี พ.ศ.2553 จากผู้ป่วย 1,683 ราย ตรวจพบรอยโรคก่อมะเร็ง 33 ราย โดย 9 ราย ตรวจยืนยันวินิจฉัยได้ว่า เป็นมะเร็งในช่องปากระยะต้น ถ้าตรวจพบว่า ฟันมีคราบบุหรี่ หรือรอยโรคอื่นๆ ทันตแพทย์ก็จะพูดคุยกับผู้ป่วย ระหว่างที่รักษาฟันตามอาการที่มา ประเมินความพร้อมในการเลิกบุหรี่ (Assess) เพื่อหาทางช่วยเหลือ หรือส่งต่อไปรักษาที่คลินิกเลิกบุหรี่ที่ผู้ป่วยสะดวก (Assist) และแสดงให้ผู้ป่วยเห็นความปรารถนาดี อยากช่วยให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ รับฟังความคิดเห็นของผู้ป่วย ไม่ตำหนิติเตียน อธิบายให้ทราบว่า การเลิกบุหรี่นี้ไม่มีการบังคับ ลดภาวะกดดันของผู้ป่วย โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้สนับสนุน ให้กำลังใจ และร่วมยินดีเมื่อผู้ป่วยเลิกบุหรี่ได้ ให้ความเชื่อมั่นว่า ผู้ป่วยจะสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จอย่างแน่นอน ถ้าตั้งใจจริง

เมื่อผู้ป่วยกำหนดวันที่จะเริ่มต้นเลิกบุหรี่

ซึ่งไม่ ควรนานเกิน 1 เดือน (อาจเป็นวันใดวันหนึ่ง ในรอบสัปดาห์ ที่เป็นวันเกิดของผู้ป่วย หรือบุคคลในครอบครัว ก่อนวันเลิกบุหรี่ ทันตแพทย์อาจจะนัดผู้ป่วยมาขัดฟัน หรือขูดหินน้ำลาย (Polishing or Scaling) ให้ฟันสะอาด ปราศจากคราบบุหรี่ แสดงให้ผู้ป่วยเห็นสภาพปากและฟันที่สะอาด แล้วถือโอกาสอธิบายว่า ปากจะสะอาดลักษณะนี้ตลอดไป ถ้าเลิกบุหรี่ได้ และขูดหินน้ำลายสม่ำเสมอ

ทันตแพทย์ มักจะแนะนำให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ เช่น สถานที่ซึ่งเคยนั่ง หรือยืนสูบบุหรี่เป็นประจำ ให้ทำการเปลี่ยนทิศทาง หรือขยับ เพื่อให้รู้ว่า ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิม และเป็นการเตือนตัวเองว่า อยู่ในช่วงเลิกบุหรี่ เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น เมื่อตื่นมาต้องสูบบุหรี่ทันที ก็อาจเปลี่ยนเป็นเมื่อตื่นแล้ว ให้ทำกิจวัตรประจำวันอย่างอื่นแทนทันที เช่น แปรงฟันทันที เพื่อให้รู้สึกปากสะอาด ลดความอยากบุหรี่

ถ้าเลิกบุหรี่แล้ว ผู้ป่วยมีอาการหงุดหงิด

วิธีแก้ ปัญหา ควรอาศัยสิ่งเหล่านี้ เช่น ดื่มน้ำเย็น การออกกำลังกาย อาการถอนบุหรี่จะรุนแรงที่สุดในช่วง 3 วันแรก ของการเลิกบุหรี่ แล้วอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้ามีโอกาสนัดตรวจ หรือมีการรักษาต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ทันตแพทย์จะชมเชยให้กำลังใจ ถามถึงข้อมดีที่ได้รับ เมื่อหยุดยาสูบ ช่วยให้คงสภาพเลิกสูบต่อไปได้ตลอดไป

การติดตาม หรือส่งรักษาต่อ

ติดตามต่อ ที่คลินิกเลิกบุหรี่ หรือคลินิกฟ้าใส ตามความสะดวกของผู้ป่วย ก็แนะนำได้ไม่ยาก เพราะเครือข่ายคลินิกฟ้าใสมีอยู่มากมาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รักษาโรคติดบุหรี่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปสถานพยาบาลก็แนะนำ 1600 จะได้รับคำแนะนำ และกำลังใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความพอใจ

ทั้งหมด ที่กล่าวมานี้ จะเห็นว่า ในงานประจำของทันตแพทย์ การวินิจฉัยโรคติดบุหรี่ทำได้ง่าย การให้ความช่วยเหลือแนะนำทำได้พร้อมกับการรักษาผู้ป่วย หรืออาจจะจัดมุมให้คำปรึกษาแนะนำในคลินิก การส่งต่อไปรับยา หรือติดตามต่อเนื่องก็ทำได้ง่าย เหนือสิ่งอื่นใดเป็นไปตามความต้องการของผู้ป่วย สบายๆ ไม่กดดัน